แฉธุรกิจช้างเร่ร่อน นายทุนรับเละร่วมแสน
"มูลนิธิเพื่อนช้าง" แฉช้างเร่ร่อนในกรุงเทพฯ ทำกันเป็นธุรกิจ ฟันรายได้ร่วมแสนต่อเดือน ส่วนใหญ่เป็นช้างเช่านายทุนในจังหวัดสุรินทร์ ระบุย่าน
พัฒนพงษ์ทำรายได้ดีที่สุด ขณะที่อาการ "พังแสงเดือน" ยังน่าเป็นห่วง วอนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการรักษา
ความคืบหน้าอาการของช้างพังแสงเดือน อายุ 40 ปี โชคร้ายเดินตกท่อบริเวณหน้าห้างเดอะมอลล์ท่าพระ กรุงเทพฯ จนขาหัก เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เชิญนายสัตวแพทย์อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ช่วยราชการสำนักพระราชวัง มาดูอาการ จากนั้นได้นำตัวไปรักษาที่ รพ.สัตว์กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จ.นครปฐม
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูอาการ พบว่า นายสัตวแพทย์นิกร ทองทิพย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้ช่วยกันนำผ้าพันที่ขาของพังแสงเดือน และทำกรอบเหล็กดามขาของพังแสงเดือนไว้เพื่อที่จะลดน้ำหนักตัวเวลาใช้เท้ายัน ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังใส่กรอบเหล็กอยู่นั้น พังแสงเดือนได้ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับมีน้ำตาไหลออกมา
นายสัตวแพทย์นิกร เปิดเผยว่า อาการของช้างพังแสงเดือนในขณะนี้ ขาขวาด้านหน้าได้หักออกเป็น 2 ท่อน แต่ไม่มีบาดแผล จึงทำให้การรักษาครั้งนี้ง่ายขึ้น และการที่ใช้เหล็กดามที่ขาช้างก็เพื่อช่วยลดอาการอักเสบที่ขาให้อยู่คงที่ปกติ และในวันที่ 24 ม.ค. จะทำการวางยาสลบเพื่อเอกซเรย์ขาของพังแสงเดือนว่ากระดูกภายในเข้าที่หรือไม่
ทั้งนี้ หากกระดูกยังไม่เข้าที่ก็จะต้องทำการดึงให้กระดูกเข้าที่ และทำการใส่เฝือก อย่างไรก็ตาม เหตุที่ขณะนี้ยังไม่สามารถใส่เฝือกได้ เนื่องจากขาของพังแสงเดือนยังบวมอยู่มาก และในส่วนของการทำเฝือก ก็ต้องใช้ความรอบคอบ เพราะเฝือกของช้างมีราคาแพงถึง 5 หมื่นบาท
ด้านนายสัตวแพทย์อลงกรณ์ กล่าวว่า อยากให้ผู้ที่มีจิตเมตตาช่วยกันบริจาคเงินสนับสนุนการรักษา โดยสามารถบริจาคโดยตรงที่ รพ.สัตว์กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กำแพงแสน จ.นครปฐม หรือโอนเงินเข้าบัญชีในนามกองทุนเพื่อรักษาช้างและสัตว์ป่า หมายเลขบัญชี 7692005620 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาย่อยกำแพงแสน
ขณะที่ มูลนิธิเพื่อนช้างได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงปัญหาช้างเร่ร่อนในกรุงเทพฯ พร้อมกับพยายามเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบช้างเร่ร่อน โดยน.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ได้พยายามเรียกร้องให้มีการจัดระเบียบการนำช้างเข้ามาเดินเร่รอนใน กทม.มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะปัจจุบันมีประชาชนที่พบเห็นช้างใน กทม.ได้รับบาดเจ็บ ร้องเรียนเข้ามาที่มูลนิธิจำนวนมาก แม้จะได้รับบาดเจ็บไม่มาก แต่ถนนใน กทม.ก็ไม่เหมาะที่ช้างจะมาเดินเร่รอนเพื่อขอเงินอย่างที่ทำกันอยู่
"ดิฉันพยายามที่จะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องการนำช้างจากต่างจังหวัด เข้ามาเร่รอนหาเงินใน กทม.มานานกว่า 10 ปี แต่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะการนำช้างเข้า กทม. กลายเป็นธุรกิจที่มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดย มีผู้ประกอบรายใหญ่จาก จ.สุรินทร์ ที่มีช้างกว่า 100 เชือกให้ควาญช้างเช่ามาเดินที่ กทม. น.ส.โซไรดา กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการติดตามปัญหาช้างเร่รอนของมูลนิธิฯ พบว่า ปัจจุบันปัญหาในเรื่องนี้ได้พัฒนามากขึ้น ในอดีตช้างที่มาเดินในกทม. จะมีควาญช้างเป็นเจ้าของ เมื่อหมดหน้าฤดูทำงาน เจ้าของก็จะพาเข้ามาเดินเร่รอนหาเงิน แต่ทราบว่าปัจจุบันมีนายทุนใหญ่จากจ.สุรินทร์ เป็นเจ้าของ โดยนายทุนจะมีช้างในสังกัด และนำช้างเหล่านั้นให้ควาญช้างเช่ามาเดินใน กทม. ราคาค่าเช่าเดือนละประมาณ 6,000 บาท แต่หากเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เจ้าของช้างจะไม่ให้เช่า แต่จะใช้วิธีการจ้างควาญดูแลเป็นรายเดือน โดยรายได้ที่ควาญช้างหาได้ในแต่ละวันก็จะเป็นของเจ้าของช้างทั้งหมด
ส่วนใหญ่ช้างที่เดินใน กทม.จะเป็นช้างที่มีอายุมาก เพราะไม่ดุเข้ากับคนได้ง่าย สามารถสร้างความคุ้นเคยกับควาญช้างที่พึ่งรู้จักกันได้ เพราะช้างที่นำมาเดิน ผู้ประกอบการจะซื้อช้างจากภาคเหนือที่เป็นช้างแก่ตกงานจากการลากไม้ในอดีตมาเพื่อให้ควาญช้างเช่า ซึ่งราคาช้างจะอยู่ระหว่าง 1 แสนบาทขึ้นไปถึง 2.5 แสนบาท หากเป็นช้างเด็กที่อายุไม่มากนักราคาจะสูง คือประมาณ 2.5-3 แสนบาทขึ้นไป น.ส.โซไรดา กล่าว
เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้างกล่าวด้วยว่า อยากฝากการแก้ไขปัญหาการนำช้างเข้ามาเดินในกทม. กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วย โดยกรมทางหลวง เพราะด่านแรกที่ช้างจะเข้ามา กทม.ต้องผ่านทางหลวงที่สามารถสกัดช้างได้ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็สามารถดูแลในเรื่องนี้ได้เช่นกัน
นายวรินทร์ เทียมจรัส นักกฎหมายสิ่งแวดล้อม สภาทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ กำลังศึกษาปัญหาการทารุณสัตว์ เพื่อร่าง พ.ร.บ.ห้ามการทารุณสัตว์ และคิดว่าการนำช้างเข้ามาเร่รอนในกทม.มีปัญหาค่อนข้างมาก โดยจากการติดตามข้อมูล ช้างส่วนใหญ่ที่เข้ามาในกทม.จะเป็นช้างที่ควาญช้างเช่ามาทั้งหมด ทำให้ปัญหานี้แก้ไขยาก เพราะมีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยพบว่า รายได้ของการนำช้างเข้ามาใน กทม. มีมากถึงวันละ 2,000 บาทต่อวันต่อตัว เดือนละประมาณ 3 หมื่นบาท ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามที่จะหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในด้านกฎหมายอยู่ว่าควรจะดำเนินการอย่างไร
สำหรับรายงานสถานการณ์ปัญหาช้างในประเทศไทย ขณะนี้สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ช้างป่า ปัจจุบันมีจำนวน 1,975 เชือก อาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายในพื้นที่ 47 แห่งทั่วประเทศ ช้างกลุ่มที่สองคือ กลุ่มช้างเลี้ยงหรือช้างบ้าน สำรวจพบว่าช้างกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 2,500 เชือก การนำช้างมาเร่รอน หารายได้ จะเป็นช้างกลุ่มที่สอง โดยจะนำมาเร่รอน ในกทม. ย่านสำเพ็ง เยาวราช บางรัก สีลม ซึ่งเป็นแหล่งมลพิษสูง รถติด ทำให้ช้างเครียด โดยย่านที่ช้างมีรายได้มากที่สุดคือ ย่านพัฒนพงษ์ ประมาณ 30,000 -100,000 บาท ต่อเดือน
นอกจากนี้ยังมีการนำช้างไปหารายได้ในเมืองท่องเที่ยว ได้แก่ พัทยา บางแสน ภูเก็ต เชียงใหม่ ทั้งนี้ช้าง 1 เชือกจะต้องมีคนดูแลประมาณ 4 คน โดยควาญช้างจะมีรายได้ประมาณวันละ 500-700 บาท หรือประมาณเดือนละ 20,000 บาท สำหรับแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างในเขต กทม.จะแบ่งออกเป็น 4 พื้นที่ใหญ่ๆ คือ เขตบางกะปิ ถนนรามคำแหง 32 เขตห้วยขวาง บริเวณโรงปูนใกล้สถานทูตลาว บริเวณริมทางด่วนรามอินทรา ถ.พระราม 9 ลาดพร้าว 71 เขตราษฎร์บูรณะ ซ.เจริญนคร 13 อ่อนนุช สำหรับพื้นที่บางบัวทอง นนทบุรีนั้น ช้างจะอยู่ในพื้นที่รกร้างว่างเปล่า มีหญ้าเพียงพอเป็นอาหารได้
สำหรับช้างที่ควาญเช่าจากนายทุนช้าง นำเข้ามาหารายได้ใน กทม.ส่วนใหญ่เช่ามาจาก อ.ท่าตูม อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เป็นหลัก โดยจะเช่าช้างจากผู้ประกอบการที่มีช้างในครอบครองจำนวนมาก 2 กลุ่ม คือ 1.นายทุน มีช้างในครอบครองมากกว่า 100 เชือก 2.กลุ่มชาวบ้าน ที่จะมีช้างประมาณ ไม่เกิน 5 เชือก
นอกจากกลุ่มช้างเร่รอนใน กทม.แล้ว ยังมีปัญหาเรื่อง การนำช้างมาเร่เล่นละครสัตว์ ที่มักจะนำช้างอายุไม่เกิน 2-3 ปี มาเร่เล่นละครตามหมู่บ้าน ซึ่งกลุ่มดังกล่าวส่งผลให้เกิดขบวนการซื้อขายลูกช้างตามชายแดน โดยผู้ประกอบการจะติดต่อขอซื้อลูกช้างจากหมู่บ้านริมชายแดนพม่า บริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.กาญจนบุรี จ.เพชรบุรี จ.ระนอง จ.ตาก จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้ลูกช้างจำนวนมากถูกจับมาฝึกละครสัตว์ และตายในวัยที่ไม่สมควร แต่กลุ่มช้างที่ถูกจับมาเล่นละครสัตว์มีจำนวนไม่มากนัก
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2545
http://www.komchadluek.com/shownews/showp1.php?ID=789541&Category=X-P1&Head=REG โดยคุณ : คม ชัด ลึก -
[ 23 ม.ค. 2545 , 13:58:06 น. ]
|