|
สายพันธุ์
การสืบพันธุ์
ที่อยู่อาศัย
การให้อาหาร
Hamster Gallery
|
|
Siamanimal
Dwarf Hamster : Breeds
|
Djungarian
Hamster
The
Djungarian Hamster (Campbell's Russian Hamster)
ประวัติ
เดิมเป็นหนูที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้ในการทดลองงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เมื่อหลายปีมาแล้ว
เพื่อศึกษาลักษณะทางชีววิทยาของสัตว์ พบว่ามีการนำ Djungarian hamster
มาใช้ในห้องทดลองครั้งแรกที่เมืองเลนินกราดโดยสถาบันทางด้านสัตว์วิทยา
ในประเทศรัสเซีย หลังจากนั้นเริ่มมีการนำหนูพันธุ์นี้ไปใช้ในงานทดลองที่ประเทศในแถบยุโรป
ด้วยอุปนิสัยที่น่ารักของมัน ทำให้มีผู้นิยมนำมันไปเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างแพร่หลาย
ชื่อ Phodopus campbelli มาจากชื่อของ W.C. Campbell ซึ่งเป็นผู้พบหนูพันธุ์นี้ที่เมืองมอสโก
เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.1902
ลักษณะทั่วไป
Djungarian hamster เป็นชื่อที่ได้จากบริเวณที่หนูพันธุ์นี้ถูกพบ
คือเมือง Djungaria (หรือ Dzungaria) ของประเทศมองโกเลีย ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการพบมันที่ทางตอนเหนือของประเทศจีน
เอเชียกลาง และรัสเซีย อีกด้วย Djungarian hamster ตัวผู้ที่โตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย
คือมีความยาววัดจากจมูกถึงบั้นท้าย ประมาณ 3-4 นิ้ว (7.6-10 เซนติเมตร)
และมีน้ำหนักประมาณ 1-1.5 ออนซ์ (28-42 กรัม) ในขณะที่ตัวเมียที่โตเต็มที่จะมีความยาวประมาณ
3.5 นิ้ว (9 เซนติเมตร) น้ำหนักประมาณ 1 ออนซ์ (30 กรัม) Djungarian
hamsterมีหางสั้นมาก ประมาณ 0.2 นิ้ว (1 เซนติเมตร) และมักจะหดเข้าไปอยู่ใต้ขน
ตัวเมียจะมีเต้านม 4 คู่ ปัจจุบันมีผู้นำไปผสมพันธุ์จนได้พันธุ์ที่มีสีขน
และลายขนหลากหลายชนิด แต่สีขนดั้งเดิมที่พบจากป่าก็ยังเป็นสีที่พบมากที่สุดในปัจจุบัน
โดยจะมีขนสีเทาที่ศีรษะ หลัง และด้านข้าง พร้อมกับมีขนสีครีมเหลืองที่ท้อง
ลำคอ และลำตัวด้านล่าง โดยแถบสีครีมเหลืองนี้จะเริ่มจากสีข้างด้านล่างผ่านไหล่ไปจนถึงสะโพก
ขนด้านล่างมีสีเทาและมีแถบแคบๆ สีน้ำตาลเข้มหรือดำ ยาวประมาณ 2.5
เซนติเมตร พาดจากต้นคอไปจนถึงปลายหาง บริเวณปากและแก้มมีสีครีมเหลือง
ขนที่เท้าค่อนข้างหนาแน่นมีปลายขนเป็นสีขาวเงิน
พฤติกรรม
Djungarian hamster จะมีชีวิตชีวาในตอนเย็นโดยเฉพาะช่วงเวลา 18.00
น. และจะดูมีชีวิตชีวามากที่สุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งไม่ต้องสะสมอาหารหรือจัดการที่อยู่อาศัย
มันเป็นสัตว์ที่มีความพิถีพิถันในการดูแลขนของมันเอง Djungarian
hamster วิ่งได้เร็วแต่เมื่อเทียบกับหนูแฮมสเตอร์แคระพันธุ์อื่นแล้ว
มันค่อนข้างจะขี้เกียจและเคลื่อนไหวได้ช้ากว่า นอกจากนี้เนื่องจากมันเป็นหนูที่ไม่กลัวแสงสว่างและคน
จึงทำให้คนเราสามารถสัมผัสและเฝ้าดูพฤติกรรมของมันได้อย่างสะดวก
หนูตัวผู้กับตัวเมียจะช่วยกันดูแลลูกของมันและผลัดกันให้ความอบอุ่นกับลูกหนูที่เพิ่งเกิด
|
Back
|
|
Contact me at
: webmaster@siamanimal.com
CopyRight (c) 2000 Siamanimal.com , All rights reserved
เวบไซต์
Siamanimal.com ไม่อนุญาตให้ save รูปภาพและข้อมูลไปเผยแพร่ที่อื่น
โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก
Webmaster ก่อน
|
|
|